กินป้องกันมะเร็งปอด

10

อย่างที่เราทราบกันดีว่ามะเร็งปอดนั้นมีสาเหตุหลักมาจากการสูบบุหรี่ หรือการอยู่ในที่ที่มีควันบุหรี่ และมลภาวะทางอากาศต่าง ๆ แต่รู้ไหมว่า เราสามารถที่จะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร้งปอดได้ด้วยการกิน! แต่จะกินอะไร กินอย่างไร และสิ่งเหล่านั้นจะยับยั้งมะเร็งปอดได้อย่างไร มาดูกันเลยค่ะ แคโรทีนอยต์ – ทราบกันดีอยู่แล้วว่าแคโรทีนอยต์เป็นสารอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ที่อุดมในผักผลไม้ เช่นแครอท มันฝรั่ง ฟักทอง มะม่วง พริกเขียว-แดง ซึ่งผักผลไม้เหล่านี้มีสารไลโคปิก ซึ่งเป็นแคโรทีนอยต์ชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดและมะเร็งอื่น ๆ อย่างมะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกด้วย กะหล่ำ – ในกะหล่ำปลี บล็อกโคลี ค้าน้ำ ผักสลัด นั้นมีสาระสำคัญที่ชื่อว่าไอโซไธไอโซยาเนต ซึ่งสามารถช่วยยับหยั้งเอ็นไซน์ที่กระตุ้นให้เกิดเซลล์มะเร็งปอดจากการรับควันบุหรี่ ดังนั้นอย่าลืมติดใช้กะหล่ำปลีและพืชเหล่านี้เป็นส่วนประกอบในมืออาหารนะคะ วิตามินอี – วิตามินอีนั้นมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และคงความสมบูรณ์ของปอด ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดได้ โดยเราสามารถที่จะรับวิตามินซีได้จากถั่ว อะโวคาโด มะม่วง จมูกข้าวสาลี วิตามินซี – ในผลไม้อย่างส้มอุดมไปด้วยวิตามินซี และกรดโฟลิค ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอด โดยคุณสามารถจะรับสารอาหารเหล่านี้ได้จาก กีวี่ มันฝรั่ง หน่อไม้ …

Continue reading

มะเร็งปอดโรคร้ายในโลกมลพิษ

9

ทุกวันนี้เราอาศัยอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยมลภาวะต่าง ๆ ที่พร้อมจะจู่โจมเมื่อร่างกายของเราอ่อนแอ มะเร็งปอดก็เป็นโรคหนึ่งซึ่งมีมลภาวะทางโอกาสเป็นตัวเพิ่มความเสี่ยง วันนี้เรามารู้จักมะเร็งปอดให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้ป้องกันตัวเองจากโรคร้ายในโลกที่เต็มไปด้วยมลพิษอย่างนี้กันเถอะค่ะ มะเร็งปอดนั้นก็เกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์ที่ร่างกายควบคุมไม่ได้ และลุกลามไปยังอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเช่นกับมะเร็งอื่น ๆ โดยจะเกิดจากการที่เราสูดมลภาวะทางอากาศเข้าไปในร่างกาย โดยผู้ที่มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดสูงคือผู้ที่สูบบุหรี่ ซิการ์ ไปท์ ยาเส้น โดยความเสี่ยงนั้นจะมีความมากน้อยขึ้นอยู่กับระยะเวลาตั้งแต่เริ่มสูบ อายุที่ผู้ป่วยเริ่มสูบ ความลึกในการสูดควันยาสูบสู่ปอด  ผู้ที่อยู่ในสถานที่ที่มีผู้สูบบุหรี่อย่างเป็นประจำและต่อเนื่องก็มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งปอดเช่นกัน นอกจากนี้ผู้ที่ทำงานในเหมืองแร่ โรงอุตสาหกรรมใยหิน สถานที่ๆ มีการเผาไหม้ของน้ำมันและถ่ายหิน  รวมถึงผู้ที่เป็นวัณโรคปอด หรือโรคปอดก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปอดเช่นกัน เมื่อเป็นมะเร็งปอดร่างกายจะส่งสัญญาณด้วยการไอ และไอมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอาการ และมีเสมหะปนเลือดออกมาเมื่อไอ มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจเหนื่อย เสียงแหบ ใบหน้าและคอบวม  และอาจจะมีอาการปอดบวมและปอดอักเสบบ่อย ๆ สำหรับการวินิจฉัยนั้นแพทย์จะใช้การเอ็กซ์เรย์ปอด การตรวจเสมหะ แต่การตรวจหามะเร็งปอดที่แม่นยำที่สุดคือการตรวจชิ้นเนื้อ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการส่องกล่องเข้าทางหลอดลมแล้วตัดชิ้นเนื้อปอด หรือการเจาะบริเวณหน้าอกเพื่อตัดชิ้นเนื้อ หรือจะใช้การเจาะน้ำในปอดออกมาตรวจก็ได้ เมื่อพบว่าเป็นมะเร็งปอดแพทย์ก็จะทำการรักษาด้วยการตัดเอาเนื้อร้ายออก แล้วใช้กระบวนการเคมีบำบัดหรือรังสีบำบัดต่อไป แม้มะเร็งปอดจะน่ากลัวและรักษายาก แต่ก็สามารถที่จะป้องกันตัวเองได้ด้วยการไม่สูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีมลภาวะทางอากาศ อาจจะดูยุ่งยาก แต่เพื่อสุขภาพแล้วคงจะเหลือบ่ากว่าแรงกันใช่ไหมคะ

Continue reading

กินป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

8

แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากอะไร แต่หากสังเกตจะพบว่าผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่คือผู้ที่ชอบรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ไม่ทานผักผลไม้ และไม่ออกกำลังกาย ดังนั้นการทานอาหารที่ดีจึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป้นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ วันนี้เราจึงนำอาการที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งชนิดนี้มาแนะนำกันค่ะ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าผู้ที่ทานผักและผลไม้น้อยหรือไม่ทานเลย จะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้กว่าคนทั่วไป ดังนั้นเราจึงควรปริโภคผักผลไม้ให้มาก โดยเลือกกินผักที่ให้กากใยสูงอย่างเช่นลูกพรุน ส้ม สัปปะรส ฯลฯ ส่วนผักที่มีกากใยสูงก็จะมี ชะพู พริกชี้ฟ้า มะเขือพวง ฯลฯ เนื่องจากอาการเหล่านี้มีกากใยสูง ทำให้การขับถ่ายคล่องขึ้น ลดอาการท้องผูก และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยคุณอาจจะลองเปลี่ยนอาหารที่กินในแต่ละวันให้เป็นอาหารที่มีกากใยสูง เช่นเปลี่ยนจากข้าวขัดขาวมาเป็นข้าวกล้อง เปลี่ยนจากขนมปังขาวมาเป็นขนมปังโฮลวีต และกินผักสดซึ่งยังคงคุณค่าทางอาหารให้มาก นอกจากนี้ยังควรลดอาหารที่มีไขมันอย่างเช่นหมูสามชั้น เนื้อติดมันลง เพราะไขมันเหล่านี้จะเข้าไปเกาะผนังลำไส้เป็นตะกรัง และเมื่อไม่ถูกขับถ่ายก็จะเกิดการสะสมของแบคทีเรียซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุก่อมะเร็งได้ นอกจากจะรับประทานอาหารที่ดีแล้วการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมก็สามารถช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ได้ด้วยเช่นกัน เพราะการออกกำลังกายนั้นช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปรกติ และยังทำให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันในการต้านทานโรคต่างที่จะเข้ามาทำร้ายเรา แม้มะเร้งลำไส้ใหญ่จะเป็นโรคที่น่ากลัว แต่เราก็สามารถที่จะป้องกันและดูแลตัวเองได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เอื้อกับการมีสุขภาพที่ดี แค่นี้ไม่ว่ามะเร็งชนิดไหนก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไปแล้วค่ะ  

Continue reading

มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคอันตรายที่ต้องรู้

7

มะเร็งนั้นสามารถเกิดได้กับอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่าง ซึ่งความรุนแรงก็จะต่างกันไปและยังใช้เวลาในการรักษาต่างกันอีกด้วย มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งอีกชนิดที่รักษายากและใช้เวลายาวนาน วันนี้เรามารู้จักกับมะเร็งลำไส้ใหญ่กันก่อนที่จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งชนิดนี้กันค่ะ ปรกตินั้นมะเร็งสามารถเกิดกับส่วนต่าง ๆ ของทางเดินอาหารได้ ตั้งแต่ช่องปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ แต่ส่วนที่พบบ่อยที่สุดคือลำไส้ใหญ่ มะเร็งชนิดนี้แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงบางอย่างที่อาจจะทำให้เกิดมะเร็ง อาทิเช่น การที่ผู้ป่วยมีอายุมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป (แต่ก็สามารถพบในเด็กเช่นกัน) และยังพบในผู้ป่วยที่ชอบทานอาหารไขมันสูง กากใยน้อย ผู้ป่วยที่มีประวัติการเป็นลำไส้อักเสบ, มะเร็งลำไส้, มะเร็งเต้านม, มะเร็งมดลูก ก็มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ร่วมด้วย นอกจากนี้ผู้ที่มีญาติใกล้ชิดที่มีประวัติเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ก็มีโอกาสจะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เช่นกัน เมื่อผู้ป่วยมีอาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่นั้น จะปรากฏอาการออกมาทางระบบขับถ่าย เช่น ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายแข็งสลับเหลว ท้องอืดแน่นท้องตลอดเวลา และน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว เมื่อมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ตรวจเลือดที่ปนในอุจจาระ การใช้มือตรวจทวารหนัก การสวนสารทึบเพื่อเอ็กซ์เรย์ การส่องกล้องผ่านลำไส้ใหญ่ รวมไปถึงการตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจในห้องปฏิบัติการ สำหรับการรักษามะเร็งลำไว้ใหญ่นั้นดูจะหนักหนาเอาการเพราะแพทย์จะต้องทำการตัดเนื้อร้ายออกแล้วต่อลำไส้ จากนั้นผู้ป่วยจะต้องขับถ่ายผ่านถุงหน้าท้อง จากนั้นจึงใช้รังสีบำบัดหรือเคมีบำบัดต่อไป ความน่ากลัวของมะเร็งลำไส้ใหญ่คือการที่จะต้องตัดต่อลำไส้เพื่อตัดส่วนเนื้อร้ายทิ้ง …

Continue reading

เรามีความเสี่ยงจะเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่

6

ขึ้นชื่อว่าโรคมะเร็งแล้วคงจะไม่มีใครกะเกณฑ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเมื่อไหร่ ยิ่งโลกของเราเต็มไปด้วยมลภาวะต่าง ๆ มากมาย ผู้ป่วยมะเร็งก็ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น แต่โชคดีที่เราสามารถรู้ทันโรคมะเร้งบางชนิดอย่างมะเร้งเต้านม ได้ด้วยการประเมินความเสี่ยงว่าเรามีโอกาสเป็นมะเร้งเต้านมมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้เราเตรียมรับมือกับความผิดปรกติของร่างกายที่อาจจะมาจากมะเร็ง และสามารถรักษาได้ทันท่วงที การประเมินความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมนั้น ผู้หญิงเราสามารถเริ่มประเมินความเสี่ยงได้ด้วยการสำรวจตัวเองเสียก่อน โดยดูว่า เราใช้ฮอร์โมนในการดูแลตนเองหลังวัยหมดประจำเดือนหรือไม่, เราใช้ยาคุมกำเนิดชนิดทานเต่อเนื่องเป็นเวลานานหรือไม่, เราไม่เคยให้นมบุตรใช่หรือไม่, เราดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือไม่, เรามีน้ำหนักตัวมากอีกทั้งไม่ออกกำลังกายใช่หรือไม่ และเรารับประทานอาหารประเภทไขมันมากและทานบ่อยครั้งหรือไม่, เรามีประจำเดือนก่อนอายุ 12 ปี และหมดประจำเดือนหลังอายุ 50 ปีหรือไม่, เรามีบุตรหลังอายุ 30 ปีหรือไม่ เมื่อเราประเมินความเสี่ยงที่ตัวเองแล้ว ลองขยับมาประเมินความเสี่ยงจากปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ดูบ้าง เช่น มีญาติใกล้ชิดเช่น แม่ พี่ น้อง เป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่ หรือคนในครอบครัวเคยมีประวัติตรวจพบมะเร็งปากมดลูกและลำไส้ใหญ่หรือไม่ จะเห็นได้ว่าความเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนเพศหญิงทั้งที่มีอยู่ภายในและรับมาจากภายนอก แต่ก็ยังมีปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมอีกมากมาย  ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยงดังที่กล่าวมาจึงควรตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยตนเอง โดยใช้วิธีการสังเกตความผิดปรกติของรูปร่างและผิวของเต้านม และการคลำหาก้อนเนื้อแปลกปลอมบริเวณเต้านมและใต้รักแร้ ซึ่งเป็นวิธีง่าย ๆ ที่เราจะสามารถตรวจสอบให้รู้ตัวเมื่อมีมะเร็งในร่างกาย นอกจากความสวยความงามแล้วสุขภาพก็เป็นอีกเรื่องที่ผู้หญิงต้องใส่ใจ หากคุณมีความเสี่ยงใดความเสี่ยงหนึ่ง …

Continue reading

รู้จักมะเร็งเม็ดเลือดขาว

5

โรคมะเร็งนั้นเกิดจากความผิดปรกติในการแบ่งเซลล์ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นกับอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย แต่ไม่เพียงอวัยวะหลัก ๆ เท่านั้น แม้กระทั่งเม็ดเลือดขาวซึ่งกระจายอยู่ทั่วร่าง ก็สามารถเป็นมะเร็งได้เช่นกัน และมะเร็งเม็ดเลือกขาวนี้ก็เป็นมะเร็งอันดับต้น ๆ ที่อันตรายที่สุดในมะเร็งชนิดต่าง ๆ ด้วยความที่เราตั้งสัมผัสกับเชื้อโรคอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แถมในตัวของเราทุกคนยังมีเชื้อโรค เชื้อรา ต่าง ๆ นับไม่ถ้วน เม็ดเลือดขาวจึงเป็นส่วนสำคัญของร่างกายที่ทำหน้าที่เป็นปราการในการกำจัดเชื้อโรคจากภายนอก และกดไม่ให้เชื้อโรคที่มีอยู่แล้วในร่างกายปรากฏอาการ ดังนั้นเมื่อเม็ดเลือดขาวมีความผิดปรกติ ร่างกายย่อมจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยนั้นเจ็บป่วยง่ายกว่าคนทั่วไป อ่อนเพลียง่าย ติดเชื้อง่าย มีการบวมและปวดบริเวณต่อมน้ำเหลือง ซึ่งหากทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ มะเร้งเม็ดเลือดขาวนั้นอาจจะไม่ได้แสดงอาการให้ผู้ป่วยได้เห็นชัดในระยะเริ่มแรก แต่ถ้าเรามีอาการข้างต้น ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดหามะเร็ง หากพบแพทย์จะทำการเจาไขสันหลังหรือไขกระดูกเพื่อค้นหามะเร็งเม็ดเลือดต่อไป ส่วนการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวนั้นอาจจะมีขั้นตอนที่ซับซ้อนยุ่งยาก โดยแพทย์อาจจะทำเคมีบำบัดด้วยการฉีดเข้าเส้นเลือด หรือทำการฉีดเคมีเข้าในกระดูกสันหลัง ส่วนอีกวิธีที่มีความยุ่งยากมากกว่าคือการปลูกถ่ายไขสันหลัง โดยแพทย์จะทำการปลูกถ่ายไขกระดูดสันหลังขึ้นมาแล้วฉีดเข้าไปในกระดูกสันหลังของผู้ป่วย อย่างไรก็ตามมะเร็งเม็ดเลือดนั้นสามารถที่จะป้องกันได้ด้วยการระมัดระวังไม่ให้ร่างกายของเราสัมผัสกับรังสีต่าง ๆ เช่นคลื่นไมโครเวฟ  คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า พลังงานปรมณู ที่มีความเข้มข้นสูง แม้มะเร็งเม็ดเลือดขาวจะดูห่างไกล แต่ความจริงแล้วมีโอกาสที่จะเกิดได้กับทุกคน ดังนั้นเราจึงควรจะต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรงแบบองค์รวม เพื่อให้มีภูมิคุ้มที่พร้อมจะรับมือกับโรคต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

Continue reading

มาตรวจมะเร็งเต้านมกันเถอะ

4

แม้มะเร็งเต้านมจะเป็นโรคร้านลำดับต้น ๆ ที่คร่าชีวิตผู้หญิงมากมายทั่วโลก แต่ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่สามารถจะรักษาโรคมะเร็งได้ในระยะเริ่มต้นก็ทำให้ผู้หญิงเรายิ้มออก แต่ใช่เราจะรู้ตัวได้อย่างไรว่าเราเป็นมะเร็งเต้านม คำตอบก็คงจะเป็นการตรวจหาก้อนมะเร็งเต้านมซึ่งเราสามารถทำได้เอง วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าจะสามารถตรวจหาเนื้อร้ายนี้ด้วยมือเราได้อย่างไร การตรวจมะเร็งเต้านมนั้นทำได้ด้วยวิธีการสังเกตด้วยตาและคลำหาด้วยมือ การสังเกตด้วยตานั้นคุณอาจจะต้องมองหาว่าเต้านมของคุณมีความผิดปรกติในด้านรูปทรง หรือมีของเหลวไหลออกมาหรือไม่ หรือผิวเต้านมมีลักษณะคล้ายเปลือกส้มหรือไม่ ส่วนการคลำนั้นเป็นการคลำเพื่อดูว่ามีก้อนเนื้อผิดปรกติเกิดขึ้นบริเวณเต้านมหรือใต้วงแขนหรือไม่ การคลำหามะเร็งเต้านมนั้นทำได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้นิ้วชี้กลางและนาง กดเบา ๆ เป็นวงกลมบริเวณเต้านมและใต้วงแขนทั้งสองข้าง ว่ามีก้อนเนื้อผิดปรกติหรือไม่ จากนั้นจึงตรวจดูบริเวณหัวนมว่ามีของเหลวไหลออกมาหรือไม่ การคลำหามะเร็งเต้านมนี้ควรคลำในระหว่างอาบน้ำตอนเช้าที่ร่างกายยังเปียกอยู่ เพราะจะเป็นช่วงที่ตรวจหาง่ายที่สุด เมื่อคลำเสร็จก็ถึงเวลาส่องกระจกตรวจดูรูปทรงของเต้านมและหัวนมว่ามีรูปทรงผิดปรกติหรือมีรอยบุ๋มหรือไม่ โดยการยกแขนสองข้างขึ้นแนบหัวแล้วจึงมองหาความผิดปรกติ จากนั้นให้คุณนอนหงายลงกับพื้น แล้วใช้หมอนใบเล็กหนุนไหล่ จากนั้นใช้มือขวาคลำเต้านมซ้าย และใช้มือซ้ายคลำเต้านมขวา แค่นี้ก็เสร็จสิ้นกระบวนการการตรวจเต้านมแล้ว แต่คุณผู้หญิงอาจจะต้องหมั่นตรวจเต้านมสม่ำเสมอเดือนละครั้ง โดยเลือกสัปดาห์หลังจากหมดหมดประจำเดือนในเดือนนั้น ๆ มะเร็งไม่น่ากลัวหากเรารู้เร็ว ดังนั้นอย่าลืมใส่ใจในการตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังมะเร็งเต้านมง่าย ๆ ด้วยการกดคลำหามะเร็งเต้านมด้วยตนเองนะคะ

Continue reading

มะเร็งเต้านมภัยร้ายของผู้หญิง

3

น่าดีใจที่วิทยาการทางการแพทย์สมัยนี้สามารถที่จะรักษาโรคมะเร็งเต้านมได้ หากรู้ตัวว่าเรามีมะเร็งอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่ถึงกระนั้นสถิติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ยังพบว่ามะเร็งเต้านมก็ยังเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้หญิงเป็นอันดับต้น ๆ ของโรค วันนี้เรามาดูกันดีกว่าเหตุใดมะเร็งเต้านมจึงน่ากลัว และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นมะเร็งเต้านมเพื่อที่จะได้รักษาอย่างทันท่วงที มะเร็งเต้านมเกิดจากการที่เซลล์ของเต้านมนั้นแบ่งตัวอย่างผิดปรกติจนแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และเมื่อเซลล์มะเร็งนั้นขยายตัวก็จะไปแย่งสารอาหารของเซลล์อื่น ๆ เมื่อมะเร็งเต้านมก่อตัวขึ้นในร่างกาย เราก็จะพบความผิดปรกติบริเวณเต้านม โดยเฉพาะก้อนเนื้อซึ่งจะเกิดบริเวณเต้านมหรือใต้รักแร้ นอกจากนี้ยังจะเกิดอาการปวดรั้งบริเวณเต้านม มีน้ำไหลออกมาจากหัวนมขนาดของเต้านมเปลี่ยนแปลง และผิวหนังบริเวณเต้านมมีลักษณะคล้ายเลือกส้ม และแน่นอนว่าหากปล่อยไว้จนเซลล์มะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะอื่นผู้ป่วยก็จะมีอันตรายถึงชีวิตได้ อย่างไรก็ตามกระบวนการการลุกลามของเซลล์มะเร็งนั้นจะใช้ระยะเวลาหลายปี หากเราตรวจพบก่อนว่าในร่างกายมีมะเร็งในระยะเริ่มต้นก็สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ฮอร์โมน การฉายรังสี การผ่าตัด และการใช้เคมีบำบัด แต่การทำการรักษามะเร็งเต้านมในระยะหนัก แพทย์อาจจะต้องทำการผ่าตัดเอาเต้านมที่ถูกเซลล์มะเร้งลุกลามออกไป จึงทำให้ผู้หญิงขาดความมั่นใจในตัวเอง อันจะนำไปสู่ภาวะทางจิตซึ่งอาจจะทำให้อาการทรุดได้ อย่างไรก็ตามเราก็สามารถที่จะตรวจหามะเร็งเต้านมได้ด้วยการสัมผัสหาก้อนเนื้อที่มีความผิดปรกติได้ด้วยตนเอง หรือตรวจสุขภาพประจำปี นอกจากนี้เรายังป้องกันตัวเองจากมะเร็งเต้านมได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลดการทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไขมัน ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม ออกกกำลังกายเป็นประจำ และงดการดื่มเหล้าสูบบุหรี่ แค่นี้ก็ทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงและลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งอื่น ๆ แล้วล่ะค่ะ    

Continue reading

ป้องกันตัวเองจากมะเร็งตับ

2

แม้ว่าโรคมะเร็งจะเป็นโรคที่ดูน่ากลัว เพราะร่างกายของผู้ป่วยจะทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังต้องผ่านกระบวนการเคมีบำบัดที่ทำให้ร่างกายแย่ลง แต่เอาเข้าจริงแล้วยิ่งเรารู้ตัวว่าเป็นโรคมะเร็งเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่จะรักษาให้หายก็ยิ่งมีมากขึ้น และกระบวนการใช้เคมีบำบัดก็จะเบาลง แต่ถ้าเป็นมะเร็งที่อยู่ในอวัยวะภายในอย่างมะเร็งตับละ เราจะมีวิธีการสังเกตอย่างไร วันนี้เรามาสำรวจร่างกายของเราว่ามีความเสี่ยงกับการเป็นมะเร็งตับมากน้อยแค่ไหน รวมถึงมองข้ามช็อตไปยังวิธีการรักษากันดีกว่าค่ะ มะเร็งตับนั้นเกิดจากการที่เซลล์ของตับเกิดการแบ่งตัวอย่างผิดปรกติจนกลายเป็นมะเร็งแล้วแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนต่าง ๆ และจะปรากฏอาการต่าง ๆ เป็นสัญญาณเตือน เช่น ปวดท้องตลอดเวลา, จุกเสียด หรือคลำเจอก้อนเนื้อบริเวณตับ หากมีอาการดังนี้คุณต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจร่างกายซึ่งก็มีอยู่หลายวิธีการใช้คลื่นเสียงส่งผ่านเพื่อตรวจสิ่งผิดปรกติในตับ, การตัวเลือด การส่องกล้องเข้าในช่องท้อง จนไปถึงการผ่าตัดนำชิ้นเนื้อไปตรวจสอบ มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่ตรวจพบอยากเนื่องจากอยู่ในร่างกาย และมักจะปรากฏอาการเมื่อโรคเข้าสู่ระยะรุนแรง แต่ถ้าเราสามารถที่จะรู้ตั้งแต่ยังเป็นมะเร็งในระยะเริ่มต้นก็สามารถทำการรักษาได้ด้วยหลากหลายวิธีการ เช่นการผ่าตัดซึ่งทำได้กับมะเร็งที่ยังไม่ลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ และมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก และการใช้เคมีบำบัดซึ่งใช้เมื่อมะเร็งอยู่ในระยะลุกลามแต่ร่างกายของผู้ป่วยยังมีแรงสู้ไหว อย่างไรก็ตามเรายังพอมีวิธีการป้องกันมะเร็งตับก่อนที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายด้วยวิธีการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการฉีดวักซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็นมะเร็งตับ, ระมัดระวังเชื้อราที่มากับอาหารประเภทแป้ง เช่นถั่วป่นในร้านก๋วยเตี๋ยว, ลดการรับประมานอาการสุก ๆ ดิบ ซึ่งจะทำให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุที่จะก่อมะเร็งตับ และที่สำคัญควรงดดื่มสุราซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งตับ ใส่ใจกับสุขภาพสักนิด รับรองว่ามะเร็งตับหรือมะเร็งอะไรก็ไม่มากล้ำกรายเราแน่นอนค่ะ  

Continue reading

รู้เท่าทันมะเร็งตับ

1

มะเร็งนั้นเป็นหนึ่งในโรคที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลก และมีโอกาสเกิดกับทุกคน แถมมะเร็งบางชนิดยังมีสาเหตุที่ไม่ชัดเจน แต่ก็มีโรคมะเร็งบางชนิดอย่างเช่นมะเร็งตับ ที่เราสามารถป้องกันได้ด้วยการปรับพฤติกรรมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี ตับนั้นเป็นอวัยวะสำคัญหนึ่งของร่างกาย ที่ทำหน้าที่ในการขจัดสารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายของเรา ดังนั้นการที่ตับต้องสัมผัสกับสารพิษอย่างเช่นแอลกอฮอล์ก็อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่กระตุ้นให้ตับแบ่งเซลล์อย่างผิดปรกติจนร่างกายควบคุมไม่ได้ และกลายเป็นเซลล์มะเร็งไปในที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีสาเหตุอีกมากมายที่อาจจะก่อให้เกิดมะเร็งตับ เช่นการรับเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี, การรับเชื้อราจากแป้งและถั่ว การทานยาคุมกำเนิด การใช้ฮอร์โมนเพศชาย และการสูบบุหรี่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะตกค้างในร่างกายและทำให้ตับต้องทำงานหนัก ซึ่งอาจจะไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งที่ตับได้ โชคร้ายที่มะเร็งตับนั้นจะไม่แสดงอาการจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะวิกฤติ ซึ่งจะพบก้อนเนื้อบริเวณตับของผู้ป่วย มีอาการจุกเสียด ปวดท้องอยู่ตลอดเวลา หากไม่ได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ฉายรังสี หรือใช้เคมีบำบัด อย่างทันท่วงทีอาจจะทำให้ผู้ป่วยอาการทรุดจนถึงแก่ชีวิตได้  ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการห่างไกลจากมะเร็งตับคือการป้องกันตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งดังนี้ มะเร็งตับนั้นสามารถป้องกันได้ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างให้ดีต่อสุขภาพ เช่นไม่รับประทานถั่วหรือพริกป่นในพวงเครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยวซึ่งอาจจะมีความชื้นจนทำให้เชื้อราแฝงอยู่ การรับประมานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ที่สำคัญต้องงดดื่มเหล้าสูบบุหรี่ นอกจากนี้เรายังต้องหมั่นออกกำลังกายให้เหมาะสมและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพียงแค่นี้เราก็วิ่งหนีจากมะเร็งตับได้แล้วค่ะ  

Continue reading